เราเดินทางมาทำงานก็ค่อนข้างสะดวก เพราะทั้งรถไฟ และซับเวย์ที่นี่สะดวกมาก และเลือกได้หลายทาง หากต้องการดูวิวสวยๆต้องนั่ง M train (ซึ่งสถานีอยู่หน้าบ้าน) มองวิวตอนข้ามมาเกาะแมนฮัตตันสวยอย่าบอกใคร หลังจากนั้นค่อยต่อ ซับเวย์สาย 4 หรือ 5 หรือ 6 มาอีกสองสถานี มาลงที่สถานีแกรนด์เซ็นทรัลซึ่งใหญ่มาก (หากมีโอกาสจะเขียนต่างหาก) แล้วก็เดินมายังยูเอ็น
แต่ M train เป็น local ก็จะวิ่งช้า หาก เราต้องการเร็วๆ ก็นั่งจากบ้านมาสามสถานี แล้วมาต่อ ซับเวย์ สาย L แล้วค่อยต่อสาย 4 หรือ 5 มาลงที่สถานีแกรนด์เซ็นทรัล แต่ถ้าวันไหนขี้เกียจเดินหลังจากลงจากสาย L แล้วก็ต่อรถเมลล์มาลงหน้าตึกยูเอ็นเลย
หลังจากลองนั่งแต่ละแบบ เราชอบนั่งรถไฟ M train ข้ามแม่น้ำมากที่สุด เพราะสวยและไม่ต้อง transfer หลายต่อ เพราะพอนับเวลาที่ต้องเดินไปต่อและรอรถไฟแล้ว ก็พบว่าใช้เวลาเท่ากัน คือประมาณ 40-45 นาที แถมไม่เหนื่อยและชมวิวไปด้วย โดยเฉพาะตอนกลางคืนสวยจริงๆ
ค่าตั๋วรถไฟที่นี่เข้าไปในระบบครั้งละ $2 แต่สำหรับคนที่ใช้บ่อยๆก็มีหลายๆแบบให้เลือก เช่น รายวันรายสิบวัน รายสัปดาห์ แต่เราเลือก metro card แบบรายเดือน unlimited ราคา $76ซึ่ งสามารถใช้กี่ครั้งก็ได้ไม่จำกัดภายในสามสิบวันทั้งรถไฟ ซับเวย์ และรถเมล์ เงื่อนไขการใช้แต่ละครั้งคือหากออกจากระบบมาแล้ว จะกลับเข้าไปอีกได้ต้องหลังจากสิบห้านาทีไปแล้ว เราเคยนั่งผิดต้องออกจากระบบ เมื่อบอกเจ้าหน้าที่ เขาก็ให้กลับเข้าไปที่ประตูฉุกเฉิน
ระบบการเข้าสถานีรถไฟที่นี่ก็คล้ายๆกับบ้านเราหรือที่ญี่ปุ่นแต่ออกจะโบราณกว่านิดหน่อยคือ ต้องใช้การ์ดรูดผ่านตัวอ่านการ์ดซึ่งยาวประมาณหนึ่งคืบ ไม่สามารถแปะแล้วอ่านได้เลยเหมือนบ้านเรา (ของบ้านเราไม่ต้องเอาการ์ดออกจากกระเป๋าด้วยซ้ำ) ประตูที่ต้องผ่านก็เป็นแบบเหล็กสามขาหมุน เมื่อรูดการ์ดผ่านก็ไปผลักเหล็กเดินเข้าไป บ้านเราทันสมัยกว่าเยอะคือเป็นประตูเปิดอัตโนมัติ อย่างที่นี่หากผลักผิดจังหวะก็ต้องรูดการ์ดใหม่ซึ่งหากช่วงเร่งด่วนคงโดนคนข้างหลังบ่นเข้าให้ เราเคยเห็นผู้โดยสารคนหนึ่งต้องยืนเพื่อรูดการ์ดให้ผ่านอยู่หลายรอบ เนื่องจากว่าหากการ์ดไม่ผ่านต้องใช้ช่องเดิมจนกว่าจะผ่าน หากเปลี่ยนไปอีกช่อง ระบบจะคิดเงินทันที และอีกครั้งที่สถานีแกรนด์เซ็นทรัล มีผู้โดยสารคนหนึ่งรูดการ์ดไม่ผ่าน ขณะที่ภรรยาผ่านไปแล้ว ภรรยาก็ยืนด่าเสียงดัง ไม่รู้เป็นภาษาอะไร อาจจะเป็นโปลิส แต่ที่แน่ๆ คนต่อแถวกันยาวมาก ตาคนนั้นก็ยังผ่านไม่ได้ ไม่รู้ว่าแกโดนเมียด่าจนทำอะไรไม่ถูก หรือแกประหม่าที่คนเยอะๆ หรืออีกทีแกอาจจะตั้งใจก็ได้ ใครจะรู้ เราหยุดยืนดูแป๊บนึง เห็นไม่มีทีท่าว่าแกจะผ่านไปได้ก็เลยเดินจากมา ไม่รู้ว่าผลสุดท้ายเป็นยังไง แต่รถไฟที่นี่ที่สะดวกคือตอนออกก็ออกได้เลยไม่ต้องใช้บัตร เพราะค่ารถไฟไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะทาง
ที่สถานีรถไฟก็มีผู้คนค่อนข้างหลากหลายและพลุกพล่าน อย่างที่ grand central คนเดินกันเยอะจนแทบจะเมาคน แต่ที่ไม่เหมือนญี่ปุ่นคือการเดินของคนญี่ปุ่นค่อนข้างเป็นระเบียบและมีกติกาทางสังคมที่ใช้กันจนเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำตาม เช่นการเดินชิดข้างใดข้างหนึ่งในแต่ละสถานี การยืนชิดขวาบนบันไดเลื่อน เพื่อให้มีช่องว่างสำหรับคนที่ต้องการเดินอย่างเร่งรีบ การเคลื่อนที่ของผู้คนในสถานีรถไฟญี่ปุ่นจึงดูเหมือนฝูง anchovy ดูเป็นเนื้อเดียวกันและไหลไปอย่างรวดเร็ว แต่ที่นิวยอร์คทุกคนดูรีบเร่ง วุ่นวายและไร้ระเบียบ แต่ก็เป็นอีกสีสันนึงเนื่องจากว่าที่นี่เต็มไปด้วยความหลากหลายของผู้คน ทั้งผิวดำผิวขาว ผิวเหลือง ผมดำผมทอง สารพัดที่มาที่ไป เคยเจอคนขอทานในตู้รถไฟ ตัวใหญ่และแต่งตัวเหมือนแฮกริดในแฮรีพอตเตอร์เลย หน้าตาก็คล้าย แต่ดูสกปรกและน่ากลัวมากกว่าใจดี แถมมีการขอเงินคนในตู้รถไฟด้วยคำพูดที่ออกจะขู่ๆด้วยซ้ำ เรางี้อยากหยิบกล้องมาถ่ายรูป แต่กลัวมันหักคอเอา เราเคยเจอคนเก็บของในถังขยะคนนึง โอ้โฮ ใส่สูทซะหรูเชียว และก็ไม่ได้ดูมอมแมมแต่อย่างใด
สถานีรถไฟที่นี่ส่วนใหญ่ค่อนข้างสกปรก มีสถานีใหญ่ๆบางแห่งเท่านั้นที่ดูสะอาดเช่นแกรนด์เซ็นทรัล หรือยูเนี่ยนสแควร์ บางสถานีมองไปแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะสกปรกได้ขนาดนั้น ทั้งๆที่อยู่ใต้ดิน แม้แต่บนรางหรือในอุโมงค์มืดๆ ไม่รู้ไอ้ขยะพวกนั้นไปอยู่ได้ยังไง เราล่ะนับถือคนเอามันไปทิ้งจริง นอกจากถนนใหญ่ๆในแมนฮัตตันบางสาย ส่วนใหญ่ก็ขยะเยอะ คนที่นี่ทิ้งขยะกันไม่เลือกจริงๆ แม้แต่เซ็นทรัลปาร์คซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่(ประมาณสามเท่าของเกษตรบางเขน) กลางมหานครนิวยอร์คยังมีขยะเกลื่อนทั้งๆที่มีถังขยะไว้ให้เยอะแยะ หากจะถือว่าคนในนิวยอร์คเต็มไปด้วยผู้คนหลายชาติหลายภาษาก็ไม่น่าใช่ เพราะแม้แต่ที่โรดส์ ไอแลนด์นักเรียนทิ้งขยะกันเกลื่อนกลาด โดยเฉพาะที่ลานจอดรถเต็มไปด้วยเศษขยะ พอเขาเอารถมากวาดทีก็สะอาดที แต่ไม่นานก็สกปรกอีก หรือเขาถือว่ามีรถมากวาดบ่อยๆและเขาเสียภาษีแพงก็ไม่รู้ แต่เราว่าเป็นนิสัยที่แย่ เราเคยบ่นๆเรื่องการทิ้งขยะของนักเรียนที่ URI ให้เซชาฟัง และบ่นเธอเอาหลายครั้งเมื่อเธอโยนแก้วกาแฟออกนอกรถ เธอก็อึ้งๆ และตอบกลับมาว่าถ้ายูไปอินเดีย สกปรกกว่านี้อีก อ้าวกลายเป็นงั้นไป

1 comment:
สวัสดี ทราย
เล่าอีกนะ รออ่าน สนุกดี
วุฒิชัย
Post a Comment